ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHome
dot
Group Menu
dot
bulletบริการของเรา
bulletสนทนาภาษาดนตรี
bulletสินค้าของเรา
bulletนานาสาระ
dot
Newsletter

dot
bulletgoogle.com
bulletpantip.com
bulletMahidol University
bulletวิทยาลัยดุริยางคศิลป์
bulletintranet.sasin.edu/thaimusicclub
bullethttps://www.facebook.com/smusichome




ดนตรีบวงสรวงเทพารักษ์ : เจ้าพ่อขุนทุ่ง

ดนตรีบวงสรวงเทพารักษ์ : เจ้าพ่อขุนทุ่ง

                                                                          รศ.ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์

 

                เจ้าพ่อขุนทุ่ง หรือเจ้าขุนทุ่ง  เป็นเทพารักษ์ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา  อำเภอพุทธมณฑล  จังหวัดนครปฐม  ทำพิธีตั้งศาลสถิตเมื่อวันที่ 12  พฤศจิกายน พ.. 2534  ใต้ต้นไทรใหญ่ระหว่างสถาบันวิจัยประชากรและวิทยาลัยนานาชาติ  รูปร่างลักษณะของเจ้าพ่อขุนทุ่งตามคำอธิบายของศาสตราจารย์  นายแพทย์พูนพิศ  อมาตยกุล  จากบทความเรื่อง ความเชื่อเรื่องเจ้าที่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล  ณ ศาลายา ว่า    “เจ้าขุนทุ่ง  เป็นชายร่างใหญ่   หวีผมแสกกลาง  ท่าทางนักเลง  นุ่งโสร่งตาหมากรุก  ใส่เสื้อคอกลม   ไว้หนวด”   และกล่าวเพิ่มเติมตามคำบอกของอาจารย์วทัญญู ณ ถลาง   ผู้แทนสภามหาวิทยาลัยมหิดลว่า  เจ้าพ่อขุนทุ่งเป็นชายสูงอายุ นุ่งผ้าตาหมากรุก  มีผิวคล้ำ

                หลังจากที่มีการตั้งศาลสถิตดวงวิญญาณเจ้าพ่อขุนทุ่งแล้ว  สถานที่แห่งนี้ได้เป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจของชาวมหิดล ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ   ที่ไปกราบไหว้ด้วยดอกไม้  เครื่องบูชา  และของถวายต่างๆ   ทั้งผ้าสไบแพรพรรณสีต่างๆ  ว่าว  และอื่นๆ  ตามศรัทธาของผู้บูชา  หรือการบนบานขอความสำเร็จให้บังเกิดทั้งโชคลาภ  การขอให้สอบผ่าน  เครื่องบูชาจึงมีจำนวนมากมาย  บางท่านประสงค์สละทรัพย์เพื่อบำรุงศาล  จึงต้องสร้างสถานที่รับบริจาคอย่างถาวรไว้ด้านหน้าศาล

                มหาวิทยาลัยมหิดลมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานกันมากในด้านการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการจัดทำวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษา  และการสอบคุณสมบัติ  ครั้งหนึ่งมีนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์  สาขาวิชาดนตรี  ระดับปริญญาโท  ได้บนต่อเจ้าพ่อขุนทุ่งขอให้ตนสอบภาษาอังกฤษผ่าน  โดยขอบนด้วยการบรรเลงระนาดเอก  และถวายว่าว  สำหรับว่าวนี้เป็นที่นิยมบนกันในหมู่นักศึกษา    ปรากฏว่าผลการสอบภาษาอังกฤษของนักศึกษาที่กล่าวนี้ผ่าน  นักศึกษาจึงยกระนาดเอกไปบรรเลงถวายแก้บนที่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อขุนทุ่งตามที่ได้บนไว้  หลังจากกลับไปหอพักแล้ว  นักศึกษาผู้นั้นยังคงมีอาการไม่สบายอยู่  โดยตรวจหาสาเหตุไม่ได้  จนเกือบค่ำจึงนึกขึ้นได้ว่าตนยังแก้บนไม่ครบ  เพราะยังไม่ได้ถวายว่าวอีกชนิดหนึ่ง  จึงต้องหาซื้อและนำว่าวไปถวายแก้บน  จากนั้นอาการที่เป็นอยู่จึงหายเป็นปกติ

                การปฏิบัติต่อเจ้าพ่อขุนทุ่งเป็นประจำปีอีกอย่างหนึ่ง  คือการทำพิธีตั้งเครื่องพิธีบวงสรวง   กำหนดจัดทำพิธีในเดือนหกของปี  โดยในปัจจุบันวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ได้รับมอบหมายจากเจ้าพ่อขุนทุ่ง  ผ่านร่างทรงให้เป็นผู้ดำเนินการ  ในครั้งนั้นรองศาสตราจารย์  ดร.สุกรี  เจริญสุข  ผู้อำนวยการเป็นตัวแทนรับมอบสืบต่อจากศาสตราจารย์พูนพิศ  อมาตยกุล พิธีจัดทำในเดือนพฤษภาคม  ..  2544  จากนั้นวิทยาลัยดุริยางคศิลป์จึงจัดบูชาบวงสรวงโดยไม่ขาดจนกระทั่งในปี  2549  ที่ผ่านมานี้  วิทยาลัยจึงได้กำหนดจัดกระทำพิธีเมื่อวันที่…(เติมวันที่ให้ด้วย  จำไม่ได้)….พฤษภาคม 

                การทำพิธีบวงสรวงที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ดำเนินการทุกปี  เริ่มงานในช่วงเช้าเวลาประมาณ  07.00 .   ที่ศาลเจ้าพ่อขุนทุ่งใต้ต้นไทรใหญ่  มีการตั้งเครื่องบูชา  อาหารคาวหวาน  ผลไม้  ดอกไม้  ธูปเทียน  ผ้าแพรสีต่างๆ  ส่วนที่ลานด้านหน้าศาลเจ้าพ่อมีกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่จัดคือละครรำ การรำของนักนาฏศิลป์หน้าพิธีบวงสรวงนี้มิใช่เป็นการแก้บนในความหมายของการบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลายแห่งถวายด้วยหุ่นละครปั้น เรียกว่าละคร 1 โรง  แต่สำหรับการบวงสรวงของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์นี้เป็นการรำสักการะบูชาเพื่อความบันเทิงของเจ้าพ่อ  เป็นการน้อมถวายเพื่อบวงสรวงต่อเจ้าพ่อขุนทุ่งโดยเฉพาะ

                องค์ประกอบของละครรำสักการะเจ้าพ่อ  มี  3 ส่วน  คือ  ร้อง  รำ  ทำเพลง  ซึ่งเป็นสูตรสำคัญของนาฏศิลป์ไทย  คณะนักแสดงที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ติดต่อเชิญมาทุกปี  เป็นคณะของคุณวันดี  เรืองนนท์  บุตรสาวคนหนึ่งของนายพูน  เรืองนนท์  ศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดท่านหนึ่ง  เมื่อกล่าวถึงศิลปินจากคณะแสดงชุดนี้แล้ว  ต้องชื่นชมนักแสดงทุกคนที่ร่ายรำงดงามตามแบบนาฏศิลป์ไทย  เป็นแบบการแสดงที่มีรากฐานมาจากการแสดงละครชาตรี  และยิ่งขุดล่าหาอดีตก็พบว่าบรรพชนของศิลปินคณะนี้มาจากศิลปินจังหวัดภาคใต้  ที่เดินทางเข้ามาสู่กรุงเทพมหานครพร้อมกับกองทัพของเจ้าพระยาพระคลัง  (ดิศ) ซึ่งยกทัพไปปราบปรามหัวเมืองฝ่ายใต้  ในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว 

                ตามประวัติบรรพชนของศิลปินคณะนี้กล่าวว่า  พระศรีจุมพล  (ฉิม)  เป็นศิลปินและครูสอนละครเรือเร่หรือเรือลอย  ท่านรับราชการในราชสำนักเมืองนครศรีธรรมราช  มีลูกศิษย์มากและร่วมกันประกอบอาชีพด้านการแสดง  บุตรของพระศรีจุมพล  (ดิศ) ท่านหนึ่งชื่อเรือง  มีความเห็นว่าบรรดาบุตรหลานและลูกศิษย์ของบิดาต่างประกอบอาชีพแสดงและรวมกันเป็นคณะใหญ่  จึงขอแยกตัวออกไปตั้งคณะละครใหม่  อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาไม่นานนักสภาพพื้นที่ของภาคใต้โดยทั่วไปเกิดสภาวะฝนแล้ง  ข้าวยากหมากแพง  ประชาชนจำนวนมากทั้งที่นับถือพระพุทธศาสนาและศาสนาอิสลามจึงได้เดินทางพร้อมกองทัพของเจ้าพระยาพระคลัง  (ดิศ)  รวมทั้งบุตรของพระศรีจุมพล  (ฉิม) ที่ชื่อเรืองด้วย  เมื่อกองทัพและครอบครัวราษฎรเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร   พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ  ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บริเวณซึ่งในปัจจุบันเรียกว่าหลานหลวงและย่านบางกะปิ-มีนบุรี 

                นายพูน  เรืองนนท์  เป็นศิลปินละครที่เรียกและรู้จักกันอย่างดีในวงการนาฏศิลป์ไทย  คือละครชาตรี  ท่านเป็นทายาทของพระศรีจุมพล  (ฉิม)  และนายเรือง  ที่เคลื่อนย้ายครอบครัวมาตั้งบ้านเรือนที่หลานหลวง  นายพูน  เรืองนนท์มีภรรยา  5  คน  มีบุตร – ธิดารวม  18  คน ทั้งหมดอยู่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่  และยึดอาชีพการแสดงละครชาตรี  บุตรหลานทุกคนได้รับถ่ายทอดศิลปะการแสดงตั้งแต่เมื่อเยาว์วัย  ในจำนวนนี้มีนายทองใบ  เรืองนนท์  บุตรชายคนหนึ่งของนายพูน  เรืองนนท์  ได้รับสืบทอดกิจการต่อจากบิดา  ประกอบอาชีพการแสดง  ความโดดเด่นของท่านคือความเป็นศิลปินรอบด้านทั้งการเชิดหนังตะลุง  ละครชาตรี  ลิเก  จำอวด  และดนตรีไทยโดยเป็นหัวหน้าวงปี่พาทย์ตั้งแต่มีอายุได้ 25  ปี  ชีวิตและผลงานทางด้านศิลปะซึ่งเป็นที่ประจักษ์เช่นนี้  จึงทำให้นายทองใบ เรืองนนท์ได้รับการเชิดชูให้เป็นศิลปินแห่งชาติ  ประจำปี พ..  2540 

                นอกจากนายทองใบ  เรืองนนท์ผู้มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะการแสดงแล้ว  ยังมีบุตรคนอื่นๆ  ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการแสดงอีก  ในจำนวนนั้นมีคนหนึ่งคือคุณวันดี  เรืองนนท์  บุตรสาวคนที่ 4 ซึ่งเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนที่ 5 ของนายพูน  เรืองนนท์  คุณวันดี  เรืองนนท์ร่วมกับบุตรสาวคนอื่นๆ ตั้งคณะละครใช้ชื่อว่าคณะลูกสาวครูพูน  เรืองนนท์  ภายหลังเมื่อแยกครอบครัวไปแล้วจึงตั้งคณะละครของตนขึ้นใหม่  ใช้ชื่อว่าคณะวันดีนาฏศิลป์  ลูกสาวครูพูน  โดยคุณวันดีเป็นหัวหน้าคณะที่เรียกว่าตั้วโผ  

                ในด้านการรับงานแสดง  คุณวันดี  เรืองนนท์อธิบายว่า  เคยรับงานแสดงที่ศาลหลักเมือง  กรุงเทพมหานคร  ที่วัดหลวงพ่อโสธร  จังหวัดฉะเชิงเทรา  รับงานแสดงทั่วๆ ไป  นักแสดงส่วนใหญ่เป็นบุตรหลาน  เมื่อมีเวลาก็รับสอนให้แก่เยาวชนโดยไม่กำหนดค่าสอน  ยกเว้นกรณีที่ต้องเดินทางไปสอนไกลและมีค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง  การสอนมุ่งด้านการอนุรักษ์ทั้งด้านการรำเพลงพื้นฐาน  เช่น  เพลงช้าเพลงเร็ว  ที่ฝึกเข้าเรื่องก็เริ่มหัดให้เป็นในบทต่างๆ ทั้งรำและขับร้อง  ที่เป็นเช่นนี้เพราะในการแสดงละครชาตรี  มีขนบการแสดง  คือ  หลังจากการตั้งเครื่องกำนลแล้ว  ปี่พาทย์บรรเลงเพลงโหมโรง  ต่อด้วยวาลงโรงแล้วจึงมีการร้องเชื้อ  ซัดชาตรีเบิกโรง  จนกระทั่งเข้าสู่เรื่องที่แสดง  เช่น  เรื่อสังข์ทอง  ไชยเชษฐ์  เป็นต้น  การแสดงบางครั้งอาจใช้ถ้อยคำที่เรียบๆ หยาบบ้าง  เพราะเป็นรูปแบบการแสดงละครชาตรีของชาวบ้าน

                สำหรับการรำสักการะเจ้าพ่อขุนทุ่ง  มีนักดนตรี  3  คน  คือ  คุณหนุ่ม  ตีระนาดเอก  คุณสันติ  เรืองนนท์ ตีตะโพน  คุณวันดี  เรืองนนท์  ตีฉิ่งและขับร้อง  นักรำเป็นหญิงล้วนแต่งกายชุดยืนเครื่องมีจำนวน  9  คน  แบ่งออกเป็นตัวพระ  4  คน  ตัวนาง  5  คน  ที่น่ารักมากๆ คือมีนักแสดงรุ่นจิ๋ว 1 คน  เป็นบุตรสาวของคุณสันติ  เรืองนนท์ คนตีตะโพน ชื่อโฟล์ค    อายุ  3  ขวบเศษ เป็นหลานย่าของคุณวันดี  เรืองนนท์  เป็นเด็กที่สนใจและชอบรำ  จึงได้รับการปลูกฝังเพื่อเรียนรู้สืบทอดตั้งแต่เยาว์วัย  ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเรื่องแปลกสำหรับการฝึกฝนบุตรหลานขณะเมื่อยังเป็นเด็กเล็กๆ ของศิลปินคณะนี้  เพราะในอดีตที่ผ่านมา  เมื่อรับงานแสดงละคร  ก็ยังมีการผูกเปลไว้กับเตียงนักแสดง  หรือนั่งตักผู้ใหญ่  ขณะที่ต้องบรรเลงดนตรีหรือขับร้อง  วิธีการเช่นนี้จึงส่งผลของการซึมซับรับรู้ศิลปะการแสดงและดนตรีโดยตรงและฝังตรึงแน่นในตัวของผู้จะก้าวไปสู่ความเป็นศิลปินมืออาชีพ

                การรำสักการะบูชาเจ้าพ่อขุนทุ่ง  เริ่มด้วยการขับร้องและรำเพลงช้าเพลงเร็ว  บทร้องขึ้นต้นและพรรณนาด้วยถ้อยคำดีๆ มีความบางส่วน ดังนี้

                                สิบนิ้วลูกหนอขอประณม                  ยกขึ้นตั้งเหนือเกศา 

เจ้าประคุณศักดิ์สิทธิ์เรืองฤทธา                        ได้เป็นที่พึ่งพาได้อาศัย 

เจ้าพ่อหลักเมืองมาแล้ว                                      มาถึงแล้วจำคลาดแคล้ว 

ขึ้นประทับบนพลับพลา …              

มีการอ้างชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละสถานที่  เพื่อให้สอดคล้องกับงานของเจ้าภาพ  เช่นเอ่ยนามเจ้าพ่อขุนทุ่ง  ชื่อของท่านก็จะปรากฏในบทร้องที่ศิลปินร้องด้น  เมื่อร้องจบนักรำจึงรำเพลงช้าเพลงเร็ว

                ท่ารำและเพลงร้องที่แสดงมีหลายชุด  ทั้งหมดเป็นชุดระบำ  รำ  ฟ้อน  คือ  ระบำเทพบันเทิง  ฟ้อนมาลัย  ฟ้อนลาวสมเด็จ  ระบำดอกบัว  รำพัด  ฯลฯ  สุดท้ายจบด้วยเพลงให้พรที่เรียกว่าเพลงตั้งจิตอธิษฐาน  ใช้ทำนองเพลงแขกบรเทศ  บทร้องมีว่า

                                วันนี้เป็นวันดี  ตั้งจิต  อธิษฐาน                         ขอให้ท่าน  เจริญยศ  เจริญศรี

เจริญโชค  ต้องโฉลก  สวัสดี                                             เจริญเกียรติ  บารมี  ยืนนาน

เจริญทรัพย์  สิ่งพราว  ไปตามมิ่ง                                      เจริญยิ่ง  สรรเสริญ  เจริญขวัญ

เจริญสุข  สดชื่น  ทุกคืนวัน                                               สารพัน  สมหวัง  ดังใจเทอญ

 

การร้อง  รำ  ทำเพลง นี้เป็นลักษณะของการแสดงละครไทย  ทั้งละครชาตรี  ละครนอก  ละครใน  เป็นต้น  โดยฝ่ายนักดนตรีต้องบรรเลงทำนองเพลงขึ้นนำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักแสดงออกตัวแสดง  เพื่อการรำทำแนวทำนอง  จังหวะ  ไปจนกระทั่งนักแสดงร่ายรำก่อนเข้าโรงเข้าฉาก  กรณีที่เป็นการแสดงเป็นเรื่องราว  ดนตรีมีส่วนช่วยเสริมเติมสอดรับสัมพันธ์ท้องเรื่อง  โดยมีนักร้องทำหน้าที่ขับร้องให้แก่นักแสดง  การร้องบางลักษณะมีต้นเสียงและลูกคู่ร้องรับ  เครื่องจังหวะประเภทกลองตุ๊ก  ตะโพน  กรับ  มีส่วนปรุงเพลงให้กระชับกับบทร้องและทำนอง  ที่กล่าวนี้เป็นหลักการขององค์ประกอบการแสดงละครชาตรี  แต่สำหรับการรำสักการะเจ้าพ่อขุนทุ่ง  คงเครื่องดนตรี  3  ชนิดคือ  ระนาดเอก  ตะโพน  และฉิ่ง  มีการขับร้อง  และรำ  เป็นชุดในแนวระบำ  รำ  ฟ้อน  ดังกล่าวข้างต้น  เนื่องจากสถานที่จัดรำสักการะเจ้าพ่อเป็นที่จำเพาะ  ไม่เน้นการใช้เครื่องขยายเสียง  และนักร้องมีคุณวันดี  เรืองนนท์เพียงคนเดียว  ทั้งยังต้องตีฉิ่งให้จังหวะอีก  การขับร้องจึงต้องให้นักรำทั้ง 9 คน  ทำหน้าที่รำไปขับร้องไปพร้อมกันอย่างมีส่วนร่วม  ช่วยให้การร้อง  รำ  ทำเพลงผสมผสานกันอย่างพร้อมเพรียง

การรำสักการะเจ้าพ่อขุนทุ่ง  มีคุณค่าหลายประการ  คือการส่งเสริมศิลปะการแสดงและดนตรีอันเป็นมรดกวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อเนื่องกันมา  สิ่งต่อมาคือเป็นเครื่องปรุงจิตใจของผู้เข้าร่วมพิธีซึ่งเป็นวัฒนธรรมด้านความเชื่อ  นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีให้แก่หมู่คณะที่จัดพิธีกรรมครั้งนี้ด้วย.

การอ้างอิง

ดุริยางคศิลป์,  วิทยาลัย.  (...). ความเชื่อเรื่องเจ้าที่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา  และ

เจ้าพ่อขุนทุ่ง.  วิทยาลัยดุริยางคศิลป์  จัดพิมพ์.

วัฒนธรรมแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการ. (2541).  ศิลปินแห่งชาติ  ปี  2540. กรุงเทพมหานคร: 

โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

วันดี  เรืองนนท์. (2549). หัวหน้าละครรำคณะวันดีนาฏศิลป์  ลูกสาวครูพูน.   สัมภาษณ์.               




นานาสาระ

ขิมไทย : ขิมโลก
เขียนโน้ตดนตรีไทย ด้วยโปรแกรม Exel
วิธีการผูกสายขิม article
นัยสำคัญของเพลงพิธีกรรม
ดนตรีในงานประเพณีปอยหลวงที่วัดสันดอนมูล เชียงใหม่
ดนตรีชนเผ่าที่เซกอง ประเทศลาว
เพลงพื้นบ้านบางเลน นครปฐม : พ่อเฒ่าบุญช่วง ศรีรางวัล
ทฤษฎีความสอดคล้องกับการวิจัยขั้นสูง
นัยดนตรีสร้างส่วนสัมพันธ์ของจิตให้สัมบูรณ์
คุณค่าสุนทรียรส และสัจจศิลป์ที่ปรากฏในบทเพลง
ศิลปินบรรเลงเพลงไพเราะยิ่ง
ภวารมณียะ ที่อยู่ในทำนองเพลง
ทฤษฎี 5 เกลียวรู้ : แนวการวิจัยภาคสนาม
บรรเลงเพลงพิธีกรรม
การวิวัฒนาการของกีตาร์คลาสสิก
การเล่นเพลงบรรเลงประโคม
ราชทินนามของนักดนตรีไทย
ภูมิบ้านภูมิเมืองกับการปกป้องมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ISMI : การประชุมดนตรีศึกษานานาชาติ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
โครงการภูมิบ้านภูมิเมือง article
การสัมมนาการศึกษาดนตรีระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย article
การศึกษาดนตรีไทย article
การถ่ายทอดดนตรีในสถานศึกษา article



บ้านดนตรีครูสมชาย 929/12 k akachai Rd., mahachai muang ,samutsakhon 74000. TEL.081-3330147 Copyright © 2015 All Rights Reserved.